top of page

 

WIND

ลมผิวพื้น (SURFACE WIND)

          รูปรหัส     dddffGfmfm  dndndnVdxdxdx

          ตัวอย่างการเข้ารหัส     METAR VTCC 140200Z 31015G27KT 280V350

          ลมผิวพื้น (Surface Wind) มีความสำคัญมากในการนำเครื่องบินขึ้น-ลง เพราะจะต้องนำเครื่องเข้าเกี่ยวข้องโดยตรง โดยทั่วไปกำหนดให้นำเครื่องบินขึ้นหรือลง ในทิศทางสวนทิศทางลมเสมอ เพราะในการนำเครื่องบินขึ้น ลมที่พัดสวนทางวิ่งขึ้นของเครื่องบินจะช่วยให้เครื่องบินยกตัวได้ดีขึ้น และในการนำเครื่องบินลงความเร็วของเครื่องบินขณะแตะพื้นทางวิ่งจะเท่ากับความเร็วของเครื่องบิน + หรือ – ความเร็วลมที่พัดตามหรือสวนทิศทางการนำเครื่องลง ถ้านำเครื่องร่อนลงในทิศทางที่สวนทิศทางลม จะทำให้ความเร็วของเครื่องบินบนทางวิ่งต่ำกว่า ดังนั้นนักบินสามารถหยุดเครื่องบินได้ในระยะทางที่สั้นกว่า ลมผิวพื้น (Surface Wind) เป็นการตรวจและรายงานทิศทางและความเร็วลมบริเวณทางวิ่ง ที่ระดับความสูงประมาณ 10 เมตร (30 ฟุต) เหนือทางวิ่ง

          ปกติธรรมดาทั่วไป จะใช้เฉพาะรูปรหัส dddff รายงานลมผิวพื้นเฉลี่ยใน 10 นาที ก่อนเวลาตรวจอากาศ ตามด้วยหน่วยหนึ่งหน่วยใดที่กำหนดให้ใช้ดังนี้ KMM=Kilometers per Hour, KT=Knots หรือ MPS=Meters per Second โดยไม่เว้นช่องว่าง แต่ถ้าในระหว่าง 10 นาที ก่อนเวลาตรวจอากาศ ทิศทาง และ/หรือ ความเร็วลม ไม่สม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัด ให้ใช้ทิศทางและความเร็วลมเฉลี่ยในช่วงเวลาที่สั้นลง

         ddd - ใช้รายงานทิศทางลมเฉลี่ยด้วยตัวเลขจำนวนเต็ม 3 หลัก 10 องศา ทิศทางลมไม่ถึง 100 องศา ให้เติม 0 (ศูนย์) ข้างหน้า

          ff - ใช้รายงานความเร็วลมเฉลี่ยด้วยตัวเลขจำนวนเต็ม 2 หลัก ทุก 1 กม./ชม. หรือ 1 นอต ความเร็วลมไม่ถึง 10 นอต ให้เติม 0(ศูนย์) ข้างหน้า

การรายงานเพิ่มเติม

  1. ถ้าในระหว่าง 10 นาที ก่อนเวลาตรวจอากาศ ความเร็วลมกระโชกสูงสุดวัดได้มากกว่าความเร็วลมเฉลี่ย ตั้งแต่ 10 นอต (20 กม./ชม. หรือ 5 เมตร/วินาที) ขึ้นไป ให้รายงานลมสูงสุดนี้ในรหัส “fmfm” ต่อความเร็วลมเฉลี่ย โดยใช้อักษร “G” คั่น ตามด้วยหน่วยของความเร็วลมที่กำหนดใช้ นอกจากนี้ไม่ต้องรายงาน
              - ตัวอย่าง   31015G27KT

  2. ถ้าในระหว่าง 10 นาที ก่อนเวลาตรวจอากาศ ทิศทางลมผันแปรตั้งแต่ 60 องศา ขึ้นไปแต่น้อยกว่า 180 องศา และความเร็วลมเฉลี่ยเป็น 3 นอต(6 กม./ชม. หรือ 2 เมตร/วินาที) หรือมากกว่า ให้รายงานทิศทางลมสูงสุดทั้ง 2 ที่ทิศทางลมผันแปรตามเข็มนาฬิกา ในรหัส “dndndnVdxdxdx” โดยคั่นด้วยอักษร “V” ระหว่างทิศทางลมทั้ง 2 นั้น นอกจากนี้ไม่ต้องรายงาน                                         - ตัวอย่าง    31015G27KT 280V350

หมายเหตุ

     - ความไม่สม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัดเกิดขึ้นเมื่อลมเปลี่ยนทิศทางไปทันทีทันใด 30 องศาหรือมากกว่า มีความเร็ว 10 นอต (20 กม./ชม. หรือ 5 เมตร/วินาที) ก่อนหรือหลังการเปลี่ยนแปลง หรือความเร็วลมเปลี่ยนแปลงไป 10 นอต (20 กม./ชม. หรือ 5 เมตร/วินาที) หรือมากกว่า ใช้ค่าอย่างน้อย 2 นาทีในการรายงาน

     - เวลา 3 วินาทีใช้เป็นค่าเฉลี่ยสำหรับการวัดค่าลมกระโชก (Gust)

กรณีพิเศษ 1

     ลมแปรปรวน (Variable) สามารถใช้ “VRB” รายงานแทนทิศทางลมได้เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ :
     1. ความเร็วลมลมน้อยกว่า 3 นอต (6 กม./ชม. หรือ 2 เมตร/วินาที)
     ตัวอย่าง VRB02KT
      2. ความเร็วลมมีค่าสูงและทิศทางลมผันแปร 180 องศา หรือมากกว่า และไม่สามารถกำหนดทิศทางใดได้ เช่น เมื่อพายุฟ้าคะนองปกคลุมสนามบิน
     ตัวอย่าง VRB28KT

กรณีพิเศษ 2

     ลมสงบ (Calm) เมื่อความเร็วลมน้อยกว่า 1 นอต (2 กม./ชม. หรือ 0.5 เมตร/วินาที) ให้เข้ารหัส “00000” ตามด้วยหน่วยลมที่กำหนดให้ใช้
     ตัวอย่าง 00000KT
     ความเร็วลมถึง 100 นอต (200 กม./ชม. หรือ 50 เมตร/วินาที) หรือมากกว่า ให้รายงานความเร็วลมนำหน้าด้วยอักษร “P” และรายงานด้วย P99 (P49 เมตร/วินาที หรือ P199 กม./ชม.)

METAR_Presentation_page-0012.jpg
METAR_Presentation_page-0013.jpg
METAR_Presentation_page-0014.jpg
METAR_Presentation_page-0015.jpg
METAR_Presentation_page-0016.jpg
bottom of page